Long-mouth-bird

ประวัติของนกปากยาว

นกกาฮัง หรือชาวไทยรู้จักกันดีในชื่อ นกกก มันเป็นนกที่มีลำตัวขนาดใหญ่มาก อีกทั้งยังถูกจัดอยู่ในตระกูลนกเงือกอีกด้วย ขนาดร่างกายของมันมีขนาดลำตัวสูงถึง 122 เซนติเมตร สำหรับการแยกนกตัวผู้กับตัวเมียอาจสังเกตได้ยาก เนื่องจากพวกมันมีลักษณะภายนอกที่คล้ายคลึงกันมาก แต่สำหรับตัวผู้นั้นจะมีตัวขนาดใหญ่มากกว่าตัวเมีย นอกจากนี้ตรงตาของตัวผู้นั้นจะมีสีแดง อีกทั้งยังมีโหนกนูนสีดำงอกออกมาทั้งด้านหน้าและท้าย สำหรับวิธีการจะดูตัวเมียนั้นดูได้จากดวงเช่นเดียวกัน คือ ลักษณะของมันจะมีสีซีด อีกทั้งยังต้องหมั่นสังเกตด้วยว่ามันจะไม่มีโหนกออกมาเลย สำหรับโหนกที่เป็นเอกลักษณ์ของนกชนิดนี้ จะมีสีเหลืองปนส้ม ซึ่งสีนี้เกิดจากน้ำมันเฉพาะตัว เพราะฉะนั้นถ้านกตายไปสีเหล่านั้น ก็จะหายไปด้วยนั่นเอง ความพิเศษของมันอีกอย่างหนึ่ง คือ ในช่วงเช้ามันจะชอบเปล่งเสียงร้องออกมา โดยคนที่ได้ยินต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันร้องออกมาเป็นคำว่า ‘กก กก’ หรือ ‘กาฮัง’ ซึ่งเป็นสาเหตุให้คนไทยเรียกนกชนิดนี้ว่า ‘นกกาฮัง’นั้นเอง

ความเป็นมาของนกชนิดนี้ เกิดมาจากอินเดียตะวันออกเฉียงทางตอนใต้จนกระทั่งมันแพร่พันธ์มายังประเทศไทย ลามไปยังเกาะสุมาตรานั้น สำหรับนกประเภทนี้สามารถพบได้ตามส่วนต่างๆ ของประเทศไทย ยกเว้นภาคกลาง ซึ่งพฤติกรรมของนกกาฮัง จะชอบอยู่ในป่าดงดิบหรือป่าดงดิบเขา อันมีต้นไม้สูงจำนวนมาก ให้พวกมันได้ไปอาศัยอยู่ ถ้าเป็นในฤดูผสมพันธุ์ นกกาฮังก็จะจับคู่ด้วยการตะโกนเสียงดังเพื่อเรียกอีกฝ่ายให้มากหา นกกาฮังตัวเมียวางไข่มากสุดก็แค่ครั้งล่ะ 2 ฟองเท่านั้น มันจึงเป็นนกที่หายากมาก ก่อนวางไข่ตัวเมียจะเข้าไปในโพรงแล้วตบแต่งบ้านให้ดูสวยงาม ต่อมาตัวผู้ก็จะคาบดินผสมกับมูลของตัวเมียมาปิดปากโพรง เหลือช่องตรงกลางขนาดพอดี เพื่อให้ตัวเมียยื่นปากออกมาได้ เมื่อตัวเมียกกไข่และเลี้ยงลูกอยู่ ตัวผู้ก็จะมีหน้าที่หาอาหารมาเลี้ยงลูกและเมีย เมื่อลูกเติบโตมีขนขึ้นเต็มตัวแล้ว ตัวเมียก็จะจิกปากโพรงออกมาสู่โลกภายนอก แล้วหัดให้ลูกบิน

อาหารการกินของพวกมันชอบกินผลไม้สุก โดยของโปรด ได้แก่ กล้วย , มะละกอ เป็นต้น แต่บางครั้งมันก็กินเนื้อสัตว์ป่าบางชนิด เช่น กิ้งก่า , งู , แย้ , หนู เป็นต้น วิธีทานอาหารคือมันจะเอาหางฟาดให้ตายแล้วมันก็จะเคี้ยวจนกระดูกแตกแล้วค่อยกลืน ปัจจุบันนี้นกกาฮัง จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่สมควรได้รับการอนุรักษ์